• GERMAN
  • switzerland
  • AUSTRIA
  • POLAND
  • Czech Republic
  • HUNGARY
  • UKRAINE
  • TURKEY
  • CHAINA
  • KOREA
first
  
last
 
 
start
stop
Banner

เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนการดำเนินงานด้วยการวิเคราะห์จุดคุ้มทุน

โดย พิชญ์ รอดภัย
บธ.บ. สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (เกียรตินิยม)


ภาพประกอบบทความ
ปัจจุบันมีกิจการที่ก่อตั้งขึ้นใหม่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุสำคัญอันหนึ่งน่าจะมาจากทัศนคติหรือความคิดของคนในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่คาดว่ามีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ต้องการเป็นลูกจ้างใคร ตลอดจนมีความฝันและความตั้งใจว่าสักวันหนึ่งจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของกิจการ

          ไม่เพียงแต่เท่านั้น ภาครัฐเองก็ได้ให้การสนับสนุนการก่อตั้งกิจการของเอกชนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการขนาดกลางและขนาดย่อมหรือที่เรียกกันว่า “SME” โดยภาครัฐให้การสนับสนุนทั้งในเรื่องการจัดหาเงินทุนเพื่อประกอบกิจการและการให้ความรู้แก่เจ้าของกิจการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ยิ่งกระตุ้นให้เกิดมีกิจการใหม่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยอาจดูได้จากตัวเลขทางสถิติที่แสดงให้เห็นว่า 6 เดือนหลังมานี้
มีกิจการเปิดใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่า 25,500 ราย

          อย่างไรก็ตาม ก็มีกิจการอีกจำนวนไม่น้อยเช่นกันที่เลิกกิจการไป โดยตัวเลขทางสถิติชี้ให้เห็นว่ามีการเลิกกิจการเกือบ 1,000 รายต่อเดือน ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากการประสบภาวะขาดทุนจากการดำเนินกิจการ การขาดการวางแผนในการดำเนินกิจการ ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดซื้อ การเงิน การผลิต การตลาดและการขาย ที่ดีพอ ทำให้กิจการไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งในตลาดได้

          ดังนั้นในบทความตอนนี้จะขอนำเสนอเครื่องมือที่ช่วยในการบริหารจัดการการผลิต ซึ่งมีการนำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นวิธีที่ใช้ง่ายที่สุดวิธีหนึ่ง นั่นคือการวิเคราะห์หา “จุดคุ้มทุน” หรือ “Break Even Point”
    
          ก่อนที่จะเข้าไปยังเรื่องของการคำนวณจุดคุ้มทุน ผู้เขียนขออธิบายรายละเอียดของความหมายและรายละเอียดของต้นทุนแต่ละชนิดก่อน โดยเริ่มจาก

1.    ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) คือ ต้นทุนที่จะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิต กล่าวคือ ต้นทุนนี้จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะผลิตสินค้ามากน้อยเท่าใด หรือไม่มีการผลิตสินค้าเลยก็ตาม ต้นทุนตัวนี้จะยังคงมีมูลค่าเท่าเดิม
 
อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวต้นทุนตัวนี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถ้ากิจการมีการลงทุนเพิ่มเติม เช่น การตั้งโรงงานแห่งใหม่ เป็นต้น โดยต้นทุนคงที่ส่วนใหญ่จะเป็นต้นทุนที่ใช้ในการดำเนินกิจการ อาทิ ค่าประกันภัย ค่าเช่าอาคาร โรงงาน เครื่องจักรต่างๆ รวมถึงค่าเสื่อมราคาตามปกติ และค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา เป็นต้น
 
2.    ต้นทุนผันแปร (Variable Cost) คือ ต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิต ยิ่งผลิตสินค้ามากเท่าใด ต้นทุนตัวนี้ก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแรงงาน ค่าเชื้อเพลิงในการผลิต เป็นต้น  

จุดคุ้มทุน = ต้นทุนคงที่ / (ราคาขายต่อหน่วย – ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย)

          โดยหลังจากที่คำนวณแล้วจะได้ผลลัพธ์ที่บอกว่ากิจการต้องขายสินค้ามากเท่าใด กิจการจึงจะคุ้มทุน และเมื่อใดก็ตามที่กิจการขายสินค้าได้เท่ากับจุดคุ้มทุน แปลว่ากิจการมีรายได้ครอบคลุมต้นทุนในการผลิตสินค้าต่างๆ ครบถ้วนแล้ว ถ้าเลยจุดนี้ขึ้นไปก็จะเริ่มเป็นผลกำไรของกิจการแล้ว

ตัวอย่างการคำนวณ

กิจการขายโคมไฟในราคาชิ้นละ 500 บาทโดยมีต้นทุนคงที่รวม 30,000 บาทต่อเดือน ต้นทุนผันแปรชิ้นละ 200 บาท จุดคุ้มจะอยู่ที่เท่าใด?

คำนวณจากสูตร:   จุดคุ้มทุน = ต้นทุนคงที่ / (ราคาขายต่อหน่วย – ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย)
 
เพราะฉะนั้น
          จุดคุ้มทุน    = 30,000 / (500-200)
                             = 100 ชิ้น
          คิดเป็นรายได้ 100 x 500 = 50,000 บาท

          กิจการจะคุ้มทุนก็ต่อเมื่อขายโคมไฟได้ 100 ชิ้น หรือมีรายได้จากการขายสินค้าเป็นเงิน 50,000 บาท

          สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกประการที่ต้องเข้าใจก็คือ ผลของการวิเคราะห์จุดคุ้มทุนไม่ได้แสดงอะไรไปมากกว่าตัวเลขตัวหนึ่งที่บอกว่ากิจการต้องขายสินค้าหรือบริการเท่าใด กิจการจึงจะคุ้มทุน
 

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าตัวเลขบอกว่ากิจการจะคุ้มทุนเมื่อขายสินค้าได้ 500 ชิ้น กิจการต้องตัดสินใจเองถึงความเป็นไปได้ของการขายสินค้าชนิดนี้ โดยถ้ากิจการพิจารณาแล้วเห็นว่า กิจการไม่สามารถขายสินค้าได้ 500 ชิ้นภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ (ระยะเวลาที่กำหนดจะสั้นหรือยาวนั้นขึ้นอยู่กับความอดทนและการคาดหวังของเจ้าของ หรือแม้แต่สถานะทางการเงินว่าแข็งแรงเพียงใด) สินค้าประเภทนี้จึงอาจไม่ใช่ธุรกิจที่กิจการควรทำ

          แต่ถ้าการขายสินค้า 500 ชิ้นนั้นเป็นไปได้แต่ต้องใช้ระยะเวลานานกว่าที่กำหนดไว้ไม่มากนัก กิจการอาจทำการลดราคาสินค้าลงหรือหาวิธีการลดต้นทุนในการผลิตสินค้าลง แล้วทำการคำนวณหาจุดคุ้มทุนใหม่อีกครั้ง ก่อนที่จะทำการพิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ดี การคำนวณหาจุดคุ้มทุนนั้นจะต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดบางประการดังนี้

1.    ตัวแปรที่สำคัญในการคำนวณต้องคงที่ – การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนที่จะได้ผลลัพธ์ดีที่สุดนั้น จะต้องอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ค่อนข้างคงที่ กิจการไม่มีการลงทุนเพิ่ม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคาขาย ซึ่งจะส่งผลให้ตัวแปรทุกตัวที่ใช้ในการคำนวณ คือ ราคาขาย ต้นทุนคงที่ และต้นทุนผันแปร ไม่มีการเปลี่ยนแปลง การคำนวณจุดคุ้มทุนจึงเหมาะแก่การคำนวณเพื่อใช้ในการตัดสินใจแผนการดำเนินงานในระยะสั้นๆ

2.    สินค้ามีชนิดเดียว – การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนที่จะได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุดนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อกิจการ มีการผลิตและขายสินค้าเพียงชนิดเดียว

3.    ขาดข้อมูลเชิงคุณภาพ – หลังจากที่คำนวณหาจุดคุ้มทุนได้แล้ว กิจการจะได้ปริมาณสินค้าที่ต้องขายเพื่อให้กิจการคุ้มทุน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขจะเป็นการบอกเพียงข้อมูลเชิงปริมาณเท่านั้น ไม่ได้บอกถึงข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยแต่ประการใด

………………………………………………………………………………………
นิตยสาร : Modern Manufacturing
Vol. : 9
No. : 108
เดือน / ปี : กุมภาพันธ์ 2555 (February2012)
เลขที่หน้า : 64 - 67
คอลัมน์ : Modern Money
………………………………………………………………………………………
เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนการดำเนินงานด้วยการวิเคราะห์จุดคุ้มทุน