การเลือกใช้ระบบคลังสินค้า ASRS จะทำให้เก็บรักษาคุณค่าและมูลค่าของชิ้นส่วนในอุตสาหกรรมมูลค่าสูงได้ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์ ระบบจัดเก็บพลังงาน หรือ EV ด้วยศักยภาพในการควบคุมตัวแปร การทำงานอัตโนมัติและติดตามข้อมูลแบบ Real-Time
ความเปลี่ยนแปลงของงานคลังกับอุตสาหกรรมมูลค่าสูงยุคใหม่
ประเทศไทยอยู่ในสภาวะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงในการผันตัวไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงได้อีกต่อไป ความสำคัญและความเร่งด่วนที่เกิดขึ้นนั้นส่งสัญญาณออกมาอย่างต่อเนื่องและทวีความเข้มข้นขึ้นตามยุคสมัย ตั้งแต่การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ประเทศไทยล้วนเคยมีชื่อเสียงและมีความโดดเด่นในระดับภูมิภาคมาอย่างยาวนาน แต่ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่เทคโนโลยีเหล่านี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ความต้องการของตลาดผู้บริโภคซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตที่มีอยู่ของประเทศไทยลดน้อยลง ในท้ายที่สุดอาจกลายเป็นอุตสาหกรรมที่แทบไม่เหลือมูลค่าอีกต่อไป เช่น การเปลี่ยนผ่านจากการผลิตโทรทัศน์แบบ CRT ไปเป็นจอ LCD หรือ LED ในขณะที่เทคโนโลยีอย่าง Harddisk ที่เป็นจานหมุนเองก็ถูกเปลี่ยนผ่านสู่ยุคของ SSD และอุตสาหกรรมยานยนต์สันดาปที่เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นสถานที่ผลิตเทคโนโลยีที่ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดอีกต่อไป
Quality-Based ความแตกต่างสำคัญของอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
ในการก้าวเข้าไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงของประเทศไทยนั้น สามารถเป็นไปได้ทั้งการเข้าไปในอุตสาหกรรมใหม่อย่างเซมิคอนดักเตอร์หรือ PCB และการอัพเกรดอุตสาหกรรมเดิม เช่น ยานยนต์สันดาปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า หรืออุตสาหกรรมอาหารสู่อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food) แต่ไม่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในรูปแบบใด คุณค่าสำคัญที่เป็นพื้นฐานของสินค้าหรืออุตสาหกรรมมูลค่าสูงนั้นอยู่ที่ ‘คุณภาพ’ ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้าง Brand Awareness และ Brand Loyalty อันเป็นเงื่อนไขในการขับเคลื่อนสินค้าที่ไม่ได้ยึดโยงกับสงครามราคาอีกต่อไป
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในอุตสาหกรรมมูลค่าสูงสมัยใหม่ คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าหรือ EV ที่เรื่องของคุณภาพ BMS และแบตเตอรี่เป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการพลังงานและความปลอดภัย หรือในเรื่องของอุปกรณ์การแพทย์และอุปกรณ์การดูแลสุขภาพสมัยใหม่ที่สวมใส่ได้อย่างปลอดภัย แต่ยังคงคำนึงถึงความแม่นยำที่เกิดขึ้นในการตรวจจับค่าต่าง ๆ ในกรณีของอาหารยุคใหม่หรือเทคโนโลยีชีวภาพเองจะยิ่งเห็นได้ชัดถึงคุณภาพของวัตถุดิบหรือสารตั้งต้นที่จะส่งผลต่อผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มโดยตรง
เพื่อการยกระดับคุณค่าและมุ่งหน้าสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ การเข้ามามีส่วนของเทคโนโลยีจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การประกอบ การตรวจสอบคุณภาพ บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ไปจนถึงการนำส่งก็จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีที่เชื่อถือได้ มีความแม่นยำสูง ทั้งยังต้องสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อีกด้วย
โดยเทคโนโลยีด้านคลังสินค้าที่ใช้จัดเก็บชิ้นส่วนและสินค้า กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างมากในทุกกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บวัตถุดิบ การจัดเก็บตัวอย่าง การเก็บรักษาส่วนประกอบ หรือเครื่องมือที่จำเป็น เพื่อคงไว้ซึ่งคุณภาพของวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในอุตสาหกรรมมูลค่าสูงนั่นเอง
เลือกใช้ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ ASRS สำหรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูงให้เหมาะสมได้อย่างไร?
ต้องยอมรับว่ากระบวนการจัดเก็บในคลังสินค้าแบบดั้งเดิมนั้นเต็มไปด้วยปัจจัยที่ไม่แน่นอน และความไม่แน่นอนนี้เองที่จะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการผลิต และความสามารถในการแข่งขัน ปัจจัยเหล่านี้จึงส่งผลต่อคุณภาพของสินค้าไม่ว่าด้านใดก็ด้านหนึ่งอย่างแน่นอน การนำเทคโนโลยีสำหรับคลังสินค้ายุคใหม่อย่างระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ ASRS มาใช้จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการลดความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงเหล่านี้มีอะไรบ้าง และจะแก้ไขกันได้อย่างไร ก่อนที่จะไปไกลกว่านี้เรามาทำความรู้จัก ASRS กันก่อนดีกว่าครับ
ASRS คืออะไร?
ASRS หรือ AS/RS มาจากคำว่า Automated Storage and Retrieval System เป็นระบบคลังสินค้าที่สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการโหลดสินค้าเข้าหรือออก มักจะมีลักษณะในการจัดเก็บสินค้าซ้อนกันขึ้นไปเป็นชั้น ทำเกิดการใช้พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด มักใช้เพื่อเพิ่มความหนาแน่นในการจัดเก็บสินค้าหรือชิ้นงาน เพิ่มความปลอดภัย และเพิ่มผลิตภาพในการทำงาน เนื่องจากลดการใช้แรงงานซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงในหลากหลายปัจจัย ทั้งความปลอดภัย ความผิดพลาดในการทำงาน และความล่าช้าในการเข้าถึง
ตัวเทคโนโลยีของ ASRS เองนั้นมีหลากหลายรูปแบบ อาจเป็นระบบ Rack หรือชั้นวางที่สามารถเคลื่อนที่เองได้ หรือเป็น Rack ที่อยู่กับที่ แต่มีการใช้งานหุ่นยนต์ในการโหลดสินค้าเข้าช่องจัดเก็บ อาจเป็นสินค้าขนาดเล็ก เป็นชิ้นใหญ่ หรือเป็น Batch ที่วางบนพาเลทก็สามารถใช้งานได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้งาน และโซลูชั่นของแต่ละแบรนด์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาว่าสามารถปรับแต่งหรือสนับสนุนความต้องการได้ครอบคลุมเงื่อนไขของแต่ละธุรกิจขนาดไหน
4 ประเด็นหลักของการเลือกใช้ ASRS สำหรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
ด้วยความหลากหลายของ ASRS ที่มีอยู่ในตลาด การพิจารณาเลือกใช้ ASRS สำหรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูงจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคุณสมบัติที่ต้องการ เพื่อให้สามารถรักษาคุณค่าของสินค้าหรือชิ้นงานและส่งต่อให้กับลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ MM Thailand ขอแนะนำ 4 ประเด็นที่ต้องพิจารณา ดังนี้
- ‘สภาพแวดล้อม’ ปัจจัยสำคัญที่ต้องควบคุมเพื่อคงไว้ซึ่งคุณค่าในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
- สินค้าในอุตสาหกรรมมูลค่าสูงต้องมีการควบคุมตัวแปรต่าง ๆ เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ฝุ่นผง และสิ่งปนเปื้อน
- การควบคุมนี้ ผ่านการ Monitor ด้วยเซ็นเซอร์หรือ IIoT ที่มาพร้อมกับ ASRS
- ยกตัวอย่างกรณี PCB ความชื้นจะเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงที่สุด การควบคุมความชื้นจึงมีความจำเป็นอย่างมาก
- การควบคุมฝุ่นผงและการปนเปื้อนจะมีความสำคัญมากที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตและอุปกรณ์การแพทย์
- ปกป้องชิ้นส่วนมูลค่าสูงด้วย ‘การติดตามและควบคุมสิทธิ์’ แบบ Real-Time
- เมื่อสินค้ามูลค่าสูง ความเสียหายหรือการสูญหายจึงเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
- ระบบของ ASRS ต้องสามารถมอบสิทธิ์ในการใช้งาน และแบ่งลำดับขั้นของ Authorization ในการจัดการได้
- การมอบสิทธิ์ผ่านการยืนยันตัวตนแบบดิจิทัลจะช่วยให้สามารถติดตามข้อมูลย้อนหลังได้ ทำให้สามารถป้องกันและแก้ไขปัญหาได้ด้วยเช่นกัน
- เทคโนโลยี RFID เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการยืนยันสิทธิ์การใช้งาน ASRS สำหรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
- ความสามารถในการแสดงข้อมูลแบบ Real-Time ทั้งสิทธิ์ในการใช้งานและ IIoT ช่วยให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ทันท่วงที
- ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะที่ดีต้อง ‘ลดความผิดพลาด’ และ ‘เพิ่มประสิทธิภาพ’ ได้ในเวลาเดียวกัน
- ความผิดพลาดยอดฮิตของงานคลัง คือ เบิกชิ้นงานผิด หาชิ้นงานไม่เจอ และการใช้เวลาในการเบิกจ่ายสูง
- ในกรณีที่ความผิดพลาดเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำซ้อน ต่อเนื่องจะกลายเป็นมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก
- คลังสินค้าอัจฉริยะ ASRS สำหรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูงจึงจำเป็นต้องมีเซ็นเซอร์และระบบสนับสนุนที่ช่วยลดความผิดพลาดได้ เช่น ระบบกล้อง หรือการจำลองสภาพแวดล้อมภายใน ASRS เองเพื่อให้สามารถรับรู้สถานะและช่วยในการสังเกตของผู้รับผิดชอบ เป็นต้น
- ในกรณีของอุตสาหกรรมมูลค่าสูงอย่างเซมิคอนดักเตอร์ที่ต้องควบคุมการปนเปื้อน การลดความผิดพลาดในการนำสินค้าเข้าออกจะช่วยลดความเสี่ยงของความเสียหายที่มีมูลค่ามหาศาลด้วยเช่นกัน
- คลังสินค้าอัจฉริยะ ASRS ยุคใหม่ต้อง ‘เป็นมิตร’ ต่อผู้ใช้งาน
- สถานการณ์ขาดแคลนแรงงานและทักษะแรงงานทำให้ ASRS ต้องสะดวกต่อการใช้งานโดยไม่มีกำแพงด้านทักษะมาขวางกั้น ประสบการณ์การใช้งานที่ดีจึงมีส่วนจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ ASRS ในปัจจุบัน
- การออกแบบทั้งระบบสนับสนุน และ Interface ที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ใช้งานได้ทุกเพศทุกวัยจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ ASRS สำหรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูงสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ราบรื่น ไม่ต้องกังวลกับความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานที่เกี่ยวข้องมากนัก
- ASRS สำหรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูงยังต้องสามารถบูรณาการเข้ากับเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อให้สามารถสนับสนุนการทำงานที่เป็นมิตรและอัจฉริยะมากยิ่งขึ้นได้ เช่น การใช้งาน Cobot เป็นต้น
Kardex Remstar โซลูชั่นระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ ASRS ที่ตอบสนองทุกความต้องการในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง
ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะในยุคปัจจุบันนั้นมีตัวเลือกให้ใช้งานอยู่หลากหลายกลุ่มเทคโนโลยี แต่หนึ่งในเทคโนโลยีด้านระบบคลังสินค้าอัจฉริยะแบบ Automated Storage and Retrieval System หรือ ASRS ที่มีความโดดเด่นและมีคุณสมบัติเหมาะสมกับเงื่อนไขความต้องการที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมมูลค่าสูง คือ ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ ASRS จาก Kardex Remstar ที่คุ้มค่าทุกช่วงเวลาในการใช้งาน
โซลูชั่น ‘การจัดเก็บสินค้าแนวตั้ง’ ที่สร้างความคุ้มค่าได้จริง
ความหนาแน่นในการจัดเก็บชิ้นงานนั้นเป็นปัจจัยแรกที่จะสามารถบ่งบอกได้ว่าระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ ASRS เหล่านี้มีความคุ้มค่ามากแค่ไหน การออกแบบระบบคลังสินค้าอัจฉริยะที่ทำให้สามารถจัดเก็บชิ้นงานแบบแนวตั้งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการจัดเก็บชิ้นงานได้ โดยระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ ASRS จาก Kardex Remstar สามารถช่วยประหยัดพื้นที่ในโรงงานและคลังสินค้าได้มากถึง 85% เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงตำแหน่งชิ้นงานด้วยความแม่นยำสูงถึง 99% การจัดเก็บหรือเบิกชิ้นงานสามารถเกิดขึ้นได้ในเวลาเพียง 40 วินาทีเท่านั้น ทำให้เป็น ASRS ที่มีความคุ้มค่าสูงเป็นลำดับต้น ๆ ของคลังสินค้าอัจฉริยะเลยก็ว่าได้
ด้วยการออกแบบระบบคลังสินค้าแบบแนวตั้งความหนาแน่นสูง และการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ รวมถึงสามารถปรับแต่ง ASRS ได้ตามเงื่อนไขอันหลากหลาย ทำให้ ASRS จาก Kardex Remstar มีศักยภาพที่ตรงกับเงื่อนไขความต้องการของอุตสาหกรรมมูลค่าสูงในปัจจุบัน
Store Master ยกระดับระบบคลังสินค้าอัจฉริยะจาก Kardex Remstar ให้เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจได้อย่างลงตัว
Store Master ในฐานะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Kardex Remstar ในประเทศไทย มาพร้อมกับความเชี่ยวชาญในงานประกอบติดตั้ง ซ่อมบำรุง และให้คำปรึกษาด้านระบบคลังสินค้าอัจฉริยะที่ครบเครื่องที่สุดรายหนึ่งในประเทศ พร้อมให้บริการด้วยคุณภาพระดับภูมิภาค ได้รับการรับรองให้เป็น Asia Pacific Kardex Remstar Professional Technician อย่างเป็นทางการจาก Kardex Remstar
สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมมูลค่าสูง เช่น อุตสาหกรรม PCB เซมิคอนดักเตอร์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์การแพทย์ การบินและอากาศยาน ไปจนถึงอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต ที่ต้องการควบคุมคุณภาพชิ้นงาน สินค้า หรือวัตถุดิบให้คงอยู่ในสถานภาพที่สมบูรณ์ สามารถติดตามข้อมูลการทำงานและการเก็บรักษา ตลอดจนการลดความเสียหายและความล่าช้าในกระบวนการงานคลังที่เกี่ยวข้อง ติดต่อ Store Master เพื่อปรึกษาการใช้งานระบบคลังสินค้าอัจฉริยะ ASRS จาก Kardex Remstar ได้แล้ววันนี้!
สนใจโซลูชั่นจัดเก็บสินค้าแนวตั้ง Kardex Remstar ติดต่อ:
Store Master Co., Ltd.
โทรศัพท์: 02-988-5460, 081-890-1597
Email: maneeporn.p@storemaster.co.th
Website: www.storemaster.co.th, www.kardex.com
Social: Storemaster Thailand
ขอเชิญนักอุตสาหกรรมทุกท่านเข้าชมงาน AUTOMATION EXPO 2025 : สำหรับใครที่กำลังมองหาเทคโนโลยีการผลิต ระบบอัตโนมัติโรงงาน ไปจนถึงหุ่นยนต์และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ รวมถึงร่วมพูดคุยกับ Store Master พบกันที่งาน AUTOMATION EXPO 2025 เข้าชมฟรี! พบกันที่: ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านงนุช (NICE) พัทยา วันที่: 19-21 มีนาคม 2568 สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติม และลงทะเบียนเพื่อสำรองที่นั่งในหัวข้อสัมมนาต่าง ๆ ได้ที่ : www.automation-expo.asia |